สภาพแวดล้อมในปัจจุบันของแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ลำคลอง คูน้ำ ต่างมีลักษณะเหมือนเป็นที่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลโดยชอบธรรม และเมื่อรวมเข้ากับการเพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็วในชุมชน จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหามลพิษในแหล่งน้ำที่ไม่มีวันสิ้นสุด ในสมัยโบราณชนบางกลุ่มมีการป้องกันแหล่งน้ำสาธารณะอย่างแยบยล สระน้ำหลายแห่งจัดเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลงอาบน้ำ หรือซักล้างในสระ อนุญาตให้ตักไปใช้ได้เท่านั้น แต่กุศโลบายดีๆ เช่นนี้คงใช้ไม่ได้ในยุคปัจจุบัน เพราะมนุษย์ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์มากกว่าธรรมชาติ

  การวางแผนเพื่อจัดการแหล่งน้ำเสียเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะในปัจจุบันประชาชนขาดความร่วมแรงร่วมใจให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การจัดการกับปัญหาน้ำเสียที่มีพื้นที่เกี่ยวเนื่องซับซ้อน จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้น การแก้ปัญหานี้จึงควรจัดการด้วยระบบการจัดการสังคมขนาดเล็กโดยมีประชากรในท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ และนำพืชน้ำมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้การปรับปรุงคุณภาพน้ำของสังคมย่อยๆ เหล่านี้ดีขึ้น
 
ในธรรมชาติผักตบชวาเป็นพืชนํ้าที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงคุณภาพนํ้าให้ดีขึ้น
ความแตกต่างหลากหลายของพืชมีหลายประเภท พืชบางชนิดทนแล้ง เช่น กระบองเพชร บางชนิดทนความเค็ม เช่น โกงกาง แสม บางชนิดชอบที่ชื้นแฉะ บางชนิดชอบอยู่ในน้ำ แต่พืชที่แตกต่างกันเหล่านี้ต่างต้องการแสงสว่าง ความชื้น อากาศ และแร่ธาตุอาหารในการเจริญเติบโตด้วยกันทั้งสิ้น

  พืชน้ำหลายชนิด โดยเฉพาะที่รู้จักกันดี จำพวกที่เป็นวัชพืชน้ำ สามารถนำมาใช้ในการบำบัดน้ำเสียได้ทั้งสิ้น แต่การนำพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น จะต้องคัดเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สภาพของน้ำที่เสียมาก หรือเสียน้อย และลักษณะของแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ หรือคลองธรรมชาติ บางแห่งมีสภาพเป็นน้ำนิ่ง บางแห่งน้ำไหลเอื่อยๆ บางแห่งน้ำไหลแรง ซึ่งปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้เป็นตัวกำหนดในการวางแผนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั้งสิ้น

  ธรรมชาติของพืชน้ำก็เช่นเดียวกับพืชประเภทอื่นๆ คือ ต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจ และใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสง น้ำที่เสียมากจนค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำต่ำลงจนหมดไป จะทำให้พืชน้ำเหล่านี้ตาย และถ้านำพืชน้ำมาใช้ในแหล่งน้ำที่สกปรกมาก จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มความสกปรกให้แก่แหล่งน้ำ ดังนั้น เมื่อจะนำพืชน้ำมาช่วยในการบำบัดน้ำเสีย จึงต้องพิจารณาถึงระดับออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำด้วย หากมีปริมาณออกซิเจนน้อยมาก หรือไม่มีเลย ก็จำเป็นต้องใช้วิธีการเติมอากาศเข้าช่วย เพื่อให้พืชน้ำรอดชีวิต สามารถเจริญเติบโตได้ดี และดึงเอาแร่ธาตุอาหารส่วนเกินในน้ำมาช่วยใน การสร้างมวลชีวภาพ ให้มากขึ้น การเติมอากาศลงในน้ำสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การอัดอากาศลงในน้ำ การตีน้ำ การผันน้ำให้ไหลวน ซึ่งล้วนแต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตให้แก่พืชทั้งสิ้น พืชที่สามารถนำแร่ธาตุในน้ำไปใช้ได้ดีจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ลำต้นและรากมีความแข็งแรงสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบรากซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับน้ำเสียจะต้องเจริญเติบโตดี และพืชจะต้องมีน้ำหนักรวมเพิ่มขึ้นใน ระยะเวลาที่เหมาะสมของพืชแต่ละชนิด หากสามารถดำเนินการแล้วได้ผลในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการบำบัดน้ำเสียอย่างแท้จริง และพืชน้ำที่เจริญเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำเหล่านี้จะเป็น ทรัพยากรที่สำคัญ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้มากมาย

ในการเลือกใช้ พืชน้ำในการบำบัดน้ำเสีย ต้องพิจารณาพื้นที่และสภาพแวดล้อมเป็นหลัก พืชน้ำมีหลายประเภท บางประเภทลอยน้ำ เช่น ผักตบชวา บางประเภทชอบขึ้นอยู่ริมตลิ่ง ริมคลอง เช่น ธูปฤาษี พุทธรักษา กกสานเสื่อ แพงพวยน้ำ บางชนิดอยู่ใต้น้ำ เช่น สาหร่ายหางกระรอก สันตะวา บางชนิดมีต้นอยู่ใต้น้ำแต่มีใบลอยน้ำ เช่น บัวต่างๆ เป็นต้น การเลือกพืชน้ำมาใช้งาน ต้องคำนึงถึง ความสามารถในการทนต่อน้ำเสีย ได้เป็นสำคัญ และอีกประการหนึ่งคือ ความสะดวกในการควบคุมจำนวนพืช โดยการเก็บเกี่ยวพืชน้ำเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ เช่น การทำปุ๋ย สานเสื่อ ทำเครื่องจักสาน งานหัตถกรรม และนำไปวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์อื่นๆ นับเป็นวัตถุประสงค์สำคัญประการหนึ่งของการบำบัดน้ำเสียด้วยพืชน้ำ
การเติมอากาศ เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ในการเลี้ยงพืชให้เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่ไม่มีเครื่องปลูก ดังนั้น การใช้เครื่องเติมอากาศ จะช่วยให้พืชสามารถเจริญเติบโตและเป็นประโยชน์ต่อการบำบัดน้ำเสีย หากไม่มีอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพน้ำ สามารถตรวจสภาพแหล่งน้ำว่ามีความสกปรกอยู่ในระดับใดได้โดยการสังเกต สีของน้ำ และ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในน้ำ
หากน้ำเป็น สีเขียว ตั้งข้อสังเกตได้ว่ายังมีออกซิเจนอยู่และแหล่งน้ำนั้นไม่มีอันตราย สาหร่ายสีเขียว ซึ่งเป็นพืชชั้นต่ำที่มีอยู่ในน้ำ ส่วนใหญ่จะมีประโยชน์ เช่น เป็นอาหารของปลาและช่วยในการบำบัดน้ำเสียได้ ส่วนสาหร่ายสีเขียวที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตมีอยู่น้อยมาก

  แต่ถ้าน้ำเป็น สีน้ำเงินแกมเขียว แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นมีปริมาณออกซิเจนน้อยและมีค่าความเป็นด่างสูง และสาหร่ายที่มีอยู่ในน้ำนี้ มีหลายชนิดที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งหากจะใช้พืชน้ำบำบัดน้ำเสียจำเป็นต้องใช้การเติมออกซิเจนเข้าช่วย โดยใช้ขบวนการออกซิเดชั่น เพื่อปรับสภาพความเป็นด่างของน้ำให้น้อยลง เพราะพืชน้ำส่วนใหญ่ต้องการสภาพความเป็นกลาง จึงจะสามารถเจริญเติบโตได้ดี

  ส่วนน้ำที่มี สีดำและมีกลิ่นเหม็น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมอากาศในลักษณะที่ทำให้น้ำไหลวนอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันตะกอนสกปรกฟุ้งกระจายขึ้นมา และเป็นการช่วยให้ แบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจน เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการช่วยย่อยสลายตะกอนสกปรกในน้ำก่อนที่จะใช้พืชน้ำบำบัดต่อไป ในกรณีนี้อาจใช้พืชใต้น้ำ เช่น สาหร่ายหางกระรอก ช่วยในการกำจัดตะกอนสกปรกในน้ำได้อีกทางหนึ่ง แต่ทั้งนี้ต้องผ่านขั้นตอนการเติมออกซิเจนมาแล้วเช่นกัน

  น้ำเสียในชุมชนแออัดส่วนมากจะมีสีดำและมีกลิ่น สาเหตุมาจากประชากรที่หนาแน่นและมีการทิ้งน้ำเสียโดยตรงโดยไม่ผ่านระบบบำบัด การปรับปรุงสุขอนามัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำบัดน้ำเสียเป็นสิ่งที่ประชาชนในชุมชนแออัดไม่สามารถจัดการได้เอง เพราะขาดทั้งความรู้และปัจจัย อีกทั้งเป็นความเคยชินมาเป็นเวลายาวนานจนยากต่อการแก้ไขให้ถูกต้องได้ ฉะนั้น ผู้นำชุมชนต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีความตั้งใจในการร่วมกันจัดการสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้น การใช้พืชน้ำนับเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างง่าย มีราคาถูก และสามารถจัดการได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรนำมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพของสังคมให้ดีขึ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงสังคมที่เป็นหน่วยย่อยเล็กๆก็ตาม
ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา มูลนิธิชัยพัฒนาร่วมกับกรมชลประทาน ดำเนินการปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ในระยะแรกได้นำกังหันน้ำชัยพัฒนาช่วยในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อให้น้ำมีการไหลหมุนเวียน ต่อมา ได้นำชุดจับเกาะจุลินทรีย์มาใช้ร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อให้ แบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจน ได้เกาะยึด ซึ่งได้ผลดีตามที่คาดไว้
การปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยใช้พืชน้ำร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ ได้ดำเนินการที่ "โครงการขุดลอกและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมหนองโสน จังหวัดนครราชสีมา" เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ มีวัชพืชขึ้นอยู่เต็มสระ น้ำค่อนข้างเสียและมีกลิ่นเหม็น เพราะเป็นที่รองรับน้ำทิ้งจากค่ายทหารและโรงเลี้ยงม้า

  ในการปรับปรุงสภาพสระน้ำ ได้ขุดลอกสระน้ำให้มีความลึก 2-3 เมตร ติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนา จำนวน 5 เครื่อง ส่วนระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำของสระนี้ ได้ออกแบบให้น้ำเสียไหลผ่านบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชน้ำก่อนไหลออกสระใหญ่ โดยปรับเนื้อที่ของสระส่วนหนึ่งเป็นบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชน้ำ ขนาด กว้าง 8 เมตร ยาว 100 เมตร ลึก 0.5 เมตร ใส่แพงพวยน้ำและผักตบชวา และมี ท่อให้น้ำไหลผ่านจากบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำไปยังสระใหญ่ ผลของการปรับปรุงคุณภาพน้ำที่สระดังกล่าว ปรากฏว่า น้ำในสระใหญ่เป็นน้ำใส แม้ว่าจะมีน้ำเสียไหลเข้าสู่บ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงได้มีการนำพืชน้ำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศในโครงการนี้ ซึ่งดำเนินการด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ

ลักษณะที่ 1. ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยเครื่องกลเติมอากาศและบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชแช่น้ำ
ระบบดังกล่าวนี้ น้ำเสียจะไหลผ่านบ่อดักไขมัน เพื่อดักไขมันที่ปนมากับน้ำ น้ำที่ไหลผ่านบ่อดักไขมันจะไหลสู่บ่อเติมอากาศ ซึ่งอาจติดตั้งเครื่องกลเติมอากาศและชุดจับเกาะจุลินทรีย์ไว้ โดยจำนวนเครื่องที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและสภาพน้ำเสีย น้ำที่ผ่านบ่อเติมอากาศจะไหลลงสู่บ่อรวบรวมน้ำทิ้ง ที่บ่อรวบรวมน้ำทิ้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำเข้าสู่บ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชแช่น้ำ พืชที่เลือกใช้ คือ พุทธรักษา หรือกก ปล่อยให้น้ำสูงท่วมพืชดังกล่าวประมาณ 30 เซนติเมตร ความหนาแน่นของพืชจะช่วยกรองน้ำเสีย ส่วนรากจะดูดแร่ธาตุที่ปนมากับน้ำ ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้น ในการใช้งานบางแห่งอาจสูบน้ำเสียเข้าสู่บ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชแช่น้ำ โดยไม่ผ่านเครื่องกลเติมอากาศก็ได้

ลักษณะที่ 2. ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยเครื่องกลเติมอากาศและบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชลอยน้ำ
ระบบนี้ จะใช้พืชลอยน้ำประเภทบัว พังพวยน้ำและผักตบชวา ความสูงของน้ำในบ่อปรับปรุงคุณภาพประมาณ 50-80 เซนติเมตร ขนาดความกว้างและความยาวของบ่อน้ำขึ้นอยู่กับการกำหนดปริมาณของการปล่อยน้ำเสียลงไป เมื่อน้ำเสียไหลลงสู่บ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยพืชลอยน้ำจะได้รับการปรับปรุงคุณภาพ จากนั้นจึงไหลสู่บ่อขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเครื่องกลเติมอากาศ เพื่อให้น้ำมีการหมุนเวียน เป็นการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง
วิธีการที่เรียบง่ายในการบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำเสีย โดยการใช้พืชน้ำที่เหมาะสมและการเติมอากาศให้แก่แหล่งน้ำควบคู่กันไปนี้ ส่งผลให้ "น้ำเสีย" กลายเป็น "น้ำใส" รวมทั้งการให้ "ความรู้ ความเข้าใจ" แก่ประชาชนให้ตระหนักถึงความเกี่ยวโยงที่สำคัญระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการดำรงอยู่ของมนุษย์ หากเป็นไปได้เช่นนี้แล้ว กุศโลบายดีๆ ที่เคยนำมาใช้ในอดีต ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

 
 
 
 
 

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีบนความละเอียด 800x600 Text Size Meduum.
สร้างสรรค์โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ปีการศึกษา 2547
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค

SITEMAP