คำว่า unicorn นั้นมาจากภาษาละตินดังนี้ unus = หนึ่ง และ cornu = เขา เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า unicorn หรือ ”สัตว์ที่มีเขาเดียว”

ลักษณะโดยทั่วไปของยูนิคอร์น
ยูนิคอร์นมีลักษณะลำตัวเป็นม้าที่มีเขาแหลมงอกอยู่บนหัว (บริเวณหน้าผาก) 1 อัน ซึ่งจะไม่มีปีก (ถ้ามีปีกจะไม่มีเขาเรียกว่าเพกาซัส ซึ่งเชื่อกันว่าเพกาซัสเกิดจากหยดเลือดของนางอสูรเมดูซ่าตอนที่เพอร์ซิอุสตัดคอนางออกมา) ซึ่งขาหลังของยูนิคอร์นจะมีลักษณะคล้ายกับขาของแอนติลอป (เป็นตระกูลเดียวกับเก้งหรือกวางในแถบแอฟริกา) ลำตัวสีขาวบริสุทธิ และมีหางคล้ายหางของสิงโต ดวงตามีสีฟ้าใส หรือสีม่วงเข้ม กีบเป็นสีเดียวกับดวงตาและว่ากันว่าไม่มีใครเคยเห็นรอยเท้าของยูนิคอร์นแม้แต่ในหนองน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน (วิชาตัวเบาลำเลิศ) เนื่องจากตัวของมันมีน้ำหนักเบามาก ที่อยู่ของยูนิคอร์นมักจะอาศัยอยู่ในป่าที่มีความเงียบสงบ ห่างไกลจากมนุษย์และปีศาจ

ยูนิคอร์นมีอายุยืนหลายร้อยปีทีเดียว และเชื่อกันว่าไม่มีปีศาจตัวใดที่จะสามารถสัมผัสตัวของยูนิคอร์นได้เลย มีตำนานเล่าว่าชาวเผ่าเอลฟ์ถือว่ายูนิคอร์นเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพ ฟัวรอส (Foiros) เทพแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งมีความหมายถึงความสง่างามและความบริสุทธิของดวงอาทิตย์

ความสามารถของยูนิคอร์น
ยูนิคอร์นเป็นสัตว์ที่ฉลาดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัตว์ของเทพเจ้า ยูนิคอร์นที่มีอายุมากและฉลาดที่สุดมีความสามารถในการส่งคลื่นโทรจิต (สื่อสารกันทางใจ) และอีกทั้งยังสามารถอ่านความคิดในใจและความรู้สึกจากคนที่มันอยากจะรู้ ส่วนยูนิคอร์นเด็กจะทำได้แค่รับรู้ความรู้สึกหรืออารมณ์ของคนที่อยู่รอบตัวมัน และพลังวิเศษของยูนิคอร์นจะอยู่ที่เขาของมัน ยูนิคอร์นสามารถใช้เขาตัวเองรักษาคนเจ็บได้

ในตำนานหลายเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องของเลือดของยูนิคอร์นว่า เมื่อใดที่เลือดของยูนิคอร์นต้องหลั่งริน จอมปีศาจร้ายจะอุบัติขึ้นในโลกใบนี้ และถ้าเลือดแต่ละหยดของยูนิคอร์นสัมผัสผืนแผ่นดินจะนำความตายไปสู่ทุกสิ่งที่อย่างที่ถูกเลือดของยูนิคอร์น ไม่ว่าจะเป็นมด ต้นหญ้า หรือแม้แต่คน

อุปนิสัยของยูนิคอร์น
ยูนิคอร์นเป็นสัตว์ที่สุภาพ เชื่อง โดยทั่วไปอยู่เป็นกลุ่ม 4 หรือ 5 ตัว ซึ่งใน 1 ฝูงจะมียูนิคอร์นที่มีอายุมากที่สุดอยู่ 1 ตัว (ตัวที่แก่ที่สุดอาจจะมีอายุหลายร้อยปีเลยก็ได้) แล้วก็อยู่กันเป็นคู่ๆ ถ้ายูนิคอร์นฝูงหนึ่งมาเจอกันกับอีกฝูงหนึ่งมันก็จะทักทายและเป็นมิตรต่อกันจนกว่าจะแยกย้ายกันไป จากคำบรรยายลักษณะทั่วไปของยูนิคอร์นจากบทประพันธ์ The Unicorn and the lake ของ Marianna Mayer ได้บรรยายเอาไว้ว่า “ยูนิคอร์นเป็นสัตว์วิเศษเพียงอย่างเดียวที่มนุษย์ไม่กลัว ซึ่งว่ากันว่า ยูนิคอร์นเป็นสัตว์ที่พยศแต่ไม่ดุร้าย ชอบความเป็นส่วนตัวแต่ไม่สันโดษ แต่ที่โดดเด่นคือความงามอันน่าพิศวง พวกคนเห็นแก่ได้มักจะชอบล่ายูนิคอร์น ด้วยเหตุที่ว่าเขาของยูนิคอร์นนั้นมีฤทธิ์ในการถอนพิษได้ทุกชนิด”

ตำนานการไล่ล่ายูนิคอร์นตามตำนานเก่าแก่ของยุโรป
ยูนิคอร์ในเทพนิยายโบราณของยุโรปมีลักษณะคล้ายกับแพะ มีเท้าเป็นกีบ มีหางเป็นสิงโต และเขาที่มีลักษณะเป็นเกลียวตรงหน้าผาก ซึ่งเขาของยูนิคอร์นเชื่อกันว่าเป็นตัวยาชั้นดี ซึ่งขุนนางและผู้มั่งมีทั้งหลายต่างเสาะหามาไว้ในครอบครอง 

ในตำนานเก่าแก่ของยุโรปกล่าวว่ามีเพียงหญิงพรหมจรรย์เท่านั้นที่จะสยบยูนิคอร์นได้ (ถ้าคนทั่วไปคิดจะจับล่ะก็อย่าหวัง เพราะยูนิคอร์นเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและรวดเร็วเหมือนสายลมพัด) มีตำนานเล่าว่า ขณะที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นอยู่ในป่า ก็มียูนิคอร์นตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ๆ ตัวหล่อนด้วยอาการที่แสนเชื่อง แล้วมันก็ซบหัวลงหนุนนอนบนตักของเธอราวกับเด็กๆ ที่ไร้เดียงสา (ม้าอะไรไม่รู้ขี้หลีชะมัด) และนี่ก็ถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของยูนิคอร์นเลยก็ว่าได้ ซึ่งนำไปสู่ตำนานการไล่ล่ายูคอร์น แล้วสาเหตุของการล่ายูนิคอร์นก็มาจากเขาที่เป็นตัวยาที่มีสรรพคุณอันแสนวิเศษและถอนพิษได้ชะงัดนัก ดังนั้นเขาของมันจึงกลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลทั้งผู้ที่อยากได้มาครอบครอบตลอดจนถึงผู้ที่มีความละโมบทั้งหลาย ว่ากันว่า ผู้คนที่มีใจละโมบได้ใช้หญิงสาวพรหมจรรย์เป็นกับดักล่อยูนิคอร์น ซึ่งป่าที่อยู่นิคอร์นอาศัยอยู่นั้นเรียกว่า “ป่าแห่งกษัตริย์” ยูนิคอร์นซึ่งรับรู้ได้ว่าเธอคนนั้นเป็นสาวพรหมจรรย์ (ไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไงนะว่าบริสุทธิไม่บริสุทธิ เก่งจริงๆ ถ้ายูนิคอร์นมาเจอสาวยุคนี้ มีหวังเผ่นกระเจิง อิอิ) ก็เดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีที่แสนเชื่องแล้วมันก็เอาหัวนอนหนุนตักเจ้าหล่อนเช่นเคย แล้วจังหวะนี้เองที่พวกคนล่าเขายูนิคอร์นก็เข้ามาตัดเขาของมันไป จากนั้นยูนิคอร์นก็ต้องจบชีวิตลง เพราะถ้าไม่มีเขามันก็จะตาย (ตายเพราะความขี้หลี)


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เว็บไซต์นี้ แสดงผลได้ดี บนความละเอียด 800x600 Text Size Medium
สร้างสรรค์โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อ.เมือง จ.นครสวรรค์
SITEMAP