จวกผลวิจัยเสื้อผ้ารัดติ้วทำเด็กเป็นเหยื่อ ลายเป็นเหยื่อ

          ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) กล่าวถึงการที่เด็กวัยรุ่นนิยมใส่เสื้อผ้ารัดรูป โดยเฉพาะชุดนิสิตนักศึกษาโดยเลือกขนาดเสื้อที่มีขนาดเล็กมากๆ ในรายการถึงลูกถึงคน ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี วานนี้ (31 ก.ค.) ว่า เด็กคิดว่า รัด ๆ แล้วสวย ทำให้กลายเป็นค่านิยมที่ต้องสวมใส่เสื้อแบบนี้มากขึ้น สิ่งที่เราต้องการบอก คำว่ากระแสหรือตามแฟชั่น อยากให้เด็กตระหนักรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา หากทำพฤติกรรมแบบนี้ เป็นการออกมาเตือนเพื่อบอกสังคมว่า เราจะทำอย่างไรกันเพื่อไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อ และเพื่อให้เด็กสร้างคุณค่าของตนเองขึ้นมาโดยไม่ต้องทำตามแฟชั่น ทั้งหมดยืนยันทำไปด้วยความหวังดี
          ด้านนายมนตรี สินทวิชัย รักษาการสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมุทรสงคราม กล่าวว่า เราต้องดูข้อเท็จจริงว่า คืออะไร ผลของการใส่เสื้อรัดๆ ทำให้เกิดวิงเวียน มึน หายใจไม่สม่ำเสมอ ไม่ทราบว่าเป็นผลสำรวจ หรือความคิดเห็น เพราะเท่าที่ทราบมา การหายใจไม่ปกตินั้น เกิดจากความเครียด เกิดจากการนอนไม่หลับ เลยมีผลต่อสมอง ซึ่งมองแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวกับการใส่เสื้อรัดรูป
          “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นักศึกษาที่ใส่เสื้อรัดรูปแบบนี้คงเรียนไม่จบปริญญาตรี เพราะสติปัญญาน้อยลงจากการที่ออกมาบอกอย่างนี้ ผมว่าข้อเท็จจริงต้องชัดก่อนว่า เกิดผลอย่างนี้จริงหรือไม่ ความเหมาะสมหรือไม่ ต้องมาว่ากันอีกที” นายมนตรี กล่าว และว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนอยู่จำนวนมาก ทุกครั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย สิ่งที่ตนพยายามสังเกตมาตลอด วิจารณ์อะไรมากเด็กก็จะฉีกมาก ตนกลับไปดูว่า เกิดจากอะไร เลยอยากขอถามว่า เราให้เด็กเป็นตัวของตัวเองหรือไม่ในระบบการศึกษา หากเรายอมให้เด็กเป็นตัวของตัวเองเมื่อไหร่ ปัญหาต่าง ๆ

ทั้งเรื่องชุดนักศึกษาที่กลายเป็นแฟชั่น อาจจะไม่มีก็ได้
          รักษาการสมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องทบทวนไม่ใช่แค่เรื่องการใส่เสื้อตัวเล็ก ต้องทบทวนว่า ระบบการศึกษาให้เด็กเป็นตัวของตัวเองได้มากแค่ไหน ในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยดัง ๆ ยังไม่มีเครื่องแบบนักศึกษา สิ่งที่ต้องทบทวนคือว่า ทำไมเด็กถึงรับกระแสจากชาติตะวันตกมา มีการเลียนแบบดารา เลียนแบบแฟชั่น จริง ๆ เด็กก็คือเหยื่อ ไม่เหมือนกับธุรกิจที่นำเข้ามา ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

          “ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้ให้เสรีภาพและความรับผิดชอบที่แท้จริง จึงได้เป็นแบบนี้ เมื่อมีกฎระเบียบมา เด็กเหล่านี้ก็จะพยายามฉีก เราต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่เขาปฏิบัติมาจากอะไร ต้องยอมรับสิ่งที่เขาเป็น เขามีปัญหาอะไรและทุกอย่างต้องหวังดีกับเด็ก แต่ที่ผ่านมา ๆ หลายงานวิจัยไม่ได้เป็นผลดีกับเด็ก เช่น เรื่องผลสำรวจถุงยางอนามัย เป็นต้น ไม่ได้เป็นผลดีต่อเด็กเลย แม้กระทั่งการไปถามเรื่องการเสียตัว ก็ไปถามมา ผมเห็นว่า เป็นการนินทาเด็ก ไม่ได้เกิดจากความหวังดี และไม่ได้ตั้งใจแก้ปัญหาจริง ๆ เป็นการแสดงศักยภาพของคนที่สำรวจ”นายมนตรี กล่าว
          ขณะที่ ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาและศักยภาพมนุษย์ มศว. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า เห็นด้วยที่จะให้เด็กมีอิสระเป็นตัวของตัวเอง เพียงแต่คนละกาละ เทศะ ในสหรัฐอเมริกา หรือประเทศในทวีปยุโรป เขาจะสร้างวินัยก่อน มีหน้าที่ก่อนจะมีอิสระ ของเรายังไม่มีวินัย ยังไม่มีหน้าที่ หากให้อิสระก็จะแย่หมด
          “ยืนยันว่า จริง การใส่เสื้อรัด ๆ มีผลทำให้วิงเวียน มีผลต่อสมองร้อยเปอร์เซ็นต์ หากกลั้นลมหายใจจะเกิดอาการที่หัวใจและความดันทันที เพราะฉะนั้นธรรมชาติการหายใจเข้าต้องลงไปถึงท้อง หากเราไปรัดจะทำลายธรรมชาติของมนุษย์” ดร.วัลลภ กล่าว

 
 
     
     

เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีบนความละเอียด 800x600 Text Size Medium
สร้างสรรค์โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม จังหวัดนครสวรรค์
การแข่งขันพัฒนาเว็บไซต์ ใน งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2550 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 
SITEMAP