พอลิเมอร์(Polymer)  คือ สารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีมวลโมเลกุลมากประกอบด้วย หน่วยเล็ก ๆของสารที่อาจจะเหมือนกันหรือต่างกันมาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเคมีเรียกว่า พันธะโคเวเลนต์ (Covalentbond)หน่วยเล็กๆของพอลิเมอร์คือโมเลกุลเล็กๆเรียกว่า มอนอเมอร์ (Monomer)
มอนอเมอร์(Monomer)   คือหน่วยเล็ก ๆ ของสารในพอลิเมอร์
ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ เรียกว่าพอลิเมอไรเซชั่น (Polymerization)ซึ่ง เป็นปฏิกิริยาการรวมตัวของมอนอเมอร์แต่ละชนิดภายใต้สภาวะต่างๆ เช่น ตัวเร่งปฏิกิริยา อุณหภูมิ ความดัน เป็นต้นทำให้เกิดพอลิเมอร์ชนิดต่างๆขึ้นมากมาย ทั้งที่เป็นพอลิเมอร์ในธรรมชาติหรือพอลิเมอร์สังเคราะห์ 
 
 พอลิเมอร์แบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆดังนี้
ก.พอลิเมอร์ธรรมชาติเป็นพอลิเมอร์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเช่น โปรตีน แป้ง เซลลูโลส ยางธรรมชาติ

ข.พอลิเมอร์สังเคราะห์เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดจากการสังเคราะห์โดย ปฏิกิริยาเคมีโดยใช้สารเริ่มต้นหรือมอนอเมอร์ ส่วนใหญ่เป็นโมเลกุลของไฮโดรคาร์ไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการกลั่น น้ำมันดิบไฮโดร คาร์บอนไม่อิ่มตัวคือสารประกอบที่มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอนอะตอมในโมเลกุล ของไฮโดรคาร์บอน เช่นเอทิลีน โพรพิลีน เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชั่นจะได้พอลิเมอร์ ที่มีมวลโมเลกุลมาก และมีโครงสร้างแข็งแรง เช่น พอลีเอทิลีนพอลีโพรพิลีน เป็นต้น ซึ่งพอลิเมอร์เหล่านี้เรียกว่า เม็ดพลาสติกซึ่งจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เรียกว่า ปิโตรเคมีเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตวัสดุต่าง ๆ เช่น พลาสติก ไนลอน ดาครอนและลูไซต์ วัสดุ ต่างๆที่เป็นพลาสติก ในปัจจุบันจึงได้จากกระบวนการพอลิเมอไรเซชั่นเป็นจำนวนมากเช่น พลาสติกต่างๆ ภาชนะใส่อาหาร ท่อสายยาง ฟิล์มถ่ายรูป ของเล่นเด็กและอีกมากมาย
 
Polymerization
Condensation Polymerization เกิดจากมอนอเมอร์ที่มีหมูฟังก์ชันมากกว่า 1 หมู่ ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นพอลิเมอร์และได้สารโมเลกุลเล็ก เช่น น้ำ แก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ แอมโมเนีย หรือ เมทานอลเป็นผลพลอยได้ เช่น พอลิเอททิลีนเทเรฟทาเรต พอลิเอไมด์ พอลิคาร์บอเนต พอลิยูรีเทน พอลิฟีนอลฟอร์มอลดีไฮด์ พอลิยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ พอลิเมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์
               Addition Polymerization เกิด จากมอนอเมอร์ที่มีพันธะคู่ระหว่างคาร์บอนอะตอม ทำปฏิกิริยาเกิดเป็นพอลิเมอร์ เช่น พอลิเอทาลีน พอลิโพรพิลีน พอลิไนนิลคลอไรด์ พอลิเตตระฟลูออโรเอทาลีน พอลิสไตรีน พอลีเมทิลเมทาคริเลท พอลิอะคริโรไนไตรด์
               ผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์
 พลาสติก ประกอบไปด้วยโมเลกุลของธาตุหลายๆ ธาตุจับกันเป็นโมเลกุลใหญ่ที่เรียกว่า พอลิเมอร์ลักษณะที่เด่นชัดของพลาสติกอยู่ตรงที่โมเลกุลของพลาสติกมีขนาดใหญ่ โตกว่าสารอื่น ๆมาก พลาสติกที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีส่วนพลาสติกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและใช้มากคือ เชลแล็ก (shellac)พลาสติก เป็นสารประกอบอินทรีย์(สารอินทรีย์หมายถึงสารซึ่งในโมเลกุลมีธาตุไฮโดรเจน และคาร์บอนรวมกันอยู่อาจมีเพียงอะตอมของธาตุทั้งสองหรือมีอะตอมของธาตุอื่น รวมอยู่ด้วย เช่น มีเทนCH4เป็นสารอินทรีย์ที่มีแต่อะตอมของไฮโดรเจนและคาร์บอน กรดน้ำส้มCH3COOHมีอะตอมของไฮโดรเจนคาร์บอน และออกซิเจนรวมอยู่ด้วย เป็นต้น)
 
http://www.tps.ac.th/~narin/basicchem/index_files/image045.gif          เราสามารถแบ่งพลาสติกออกได้เป็น๒ พวกใหญ่ ๆ คือ
 1. เทอร์มอเซตติงพลาสติก (thermosettingplastic)เป็น พลาสติกชนิดที่จะแข็งตัวคงรูปอยู่ได้โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นโดยอาศัยความร้อนและความกดดันภายหลังปฏิกิริยาเคมีมัน ก็จะแข็งตัวและเราจะไม่สามารถเปลี่ยนรูปของมันโดยไม่เปลี่ยนคุณสมบัติของมัน ได้กล่าวคือเมื่อได้รับความร้อนมาก ๆ มันจะสลายตัวเสียรูปไป
 
 
2. เทอร์มอพลาสติกพลาสติก (thermoplasticplastic)เป็น พลาสติกที่แข็งตัวโดยไม่อาศัยปฏิกิริยาทางเคมีแต่อาศัยคุณสมบัติทางกายภาพ เมื่อทำพลาสติกชนิดนี้ให้ร้อนขึ้นแล้วเทลงในเบ้าหรือแบบมันก็จะเปลี่ยนรูป ร่างไปตามแบบนั้นและเมื่อเย็นลงก็จะแข็งตัวคงรูปอยู่ได้และเมื่อเป็นรูปแล้ว เราสามารถที่จะหลอมและเปลี่ยนรูปเป็นอย่างอื่นได้อีกเพราะคุณสมบัติทางเคมี ของมันยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 
 
   
 
   
เว็บไซต์นี้ แสดงผลได้ดี บนความละเอียด 1024x768 Text Size Medium
วิชา การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อจัดทำโครงงาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์
   
SITEMAP